ร้านกาแฟที่เปิดใหม่มักถามว่าควรใช้อาราบิก้าหรือโรบัสต้า คำตอบขึ้นอยู่กับเมนู กลุ่มลูกค้า และต้นทุน บทความนี้เปรียบเทียบทั้งสองสายพันธุ์จากมุมมองของโรงคั่วที่ปลูกกาแฟเอง
อาราบิก้า (Arabica)
ปลูกบนพื้นที่สูงอากาศเย็น เช่น ดอยในภาคเหนือของไทย รสชาติซับซ้อน มีความเปรี้ยวสดใส หวาน และกลิ่นหอมหลากหลาย คาเฟอีนต่ำกว่าโรบัสต้าประมาณครึ่งหนึ่ง ราคาสูงกว่าเพราะดูแลยากและให้ผลผลิตต่อไร่น้อยกว่า อาราบิก้าไทยสายพันธุ์หลักคือคาติมอร์และเชียงใหม่ 80 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ KA Coffee ปลูกบนเทือกเขาถนนธงชัย
โรบัสต้า (Robusta)
ปลูกในพื้นที่ต่ำอากาศร้อน เช่น ภาคใต้ของไทย ทนโรค ให้ผลผลิตสูง ราคาถูกกว่า รสขมเข้ม บอดี้หนัก คาเฟอีนสูง กลิ่นหอมน้อยกว่า นิยมใช้ในกาแฟสำเร็จรูปและกาแฟโบราณ หรือผสมกับอาราบิก้าเพื่อเพิ่มครีมาและความเข้ม
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | อาราบิก้า | โรบัสต้า |
|---|---|---|
| พื้นที่ปลูก | สูง 1,000 เมตรขึ้นไป | ต่ำกว่า 800 เมตร |
| รสชาติ | เปรี้ยวหวาน ซับซ้อน หอม | ขม เข้ม บอดี้หนัก |
| คาเฟอีน | ต่ำกว่า | สูงกว่าประมาณ 2 เท่า |
| ราคา | สูงกว่า | ถูกกว่า |
| เหมาะกับ | คาเฟ่ Specialty กาแฟดำ ลาเต้ | กาแฟโบราณ กาแฟผสม |
ร้านกาแฟควรเลือกแบบไหน
ร้านที่ต้องการวางตำแหน่งเป็นคาเฟ่คุณภาพ ใช้อาราบิก้า 100% จะสร้างความแตกต่างและรองรับทั้งเมนูร้อนเย็นได้ดี ร้านที่เน้นราคาประหยัดและปริมาณอาจใช้อาราบิก้าผสมโรบัสต้า KA Coffee จำหน่ายเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วสด 100% จากไร่ของเราเอง ในราคาขายส่งโดยตรงจากโรงคั่ว